นายกฯนั่งหัวโต๊ะประชุม กอ.รมน. สั่งขยายเวลาใช้กฎหมายความมั่นคงใน 4 อำเภอสงขลาอีก 1 ปี รองรับใช้มาตรา 21 เปิดช่องผู้หลงผิดมอบตัว พร้อมไฟเขียวยุบ พตท.หลังกฎหมาย ศอ.บต.ผ่านสภาแล้ว เดินหน้าลดงบประมาณ-กำลังพลชายแดนใต้ 1.2 พันอัตรา
เมื่อวันอังคารที่ 23 พ.ย.2553 ที่อาคารรัฐสภา 3 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครั้งที่ 5/2553 โดยมีรัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานความมั่นคงเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) เป็นต้น
ภายหลังการประชุม นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า สาระของการประชุมเป็นการกำหนดแนวทางโดยเฉพาะเรื่องของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้มีการยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึกใน 4 อำเภอของ จ.สงขลา และได้ใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 (พ.ร.บ.ความมั่นคง) มาเกือบจะครบ 1 ปี จึงให้มีการยืดอายุออกไป
ขณะเดียวกันการเตรียมการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง มาตรา 21 ซึ่งเหมือนเป็นทางเลือกให้กับผู้หลงผิดก็มีความก้าวหน้าไปมาก ใกล้ได้ข้อยุติแล้วว่ากระบวนการและวิธีการปฏิบัติทางกฎหมายจะเป็นอย่างไร ผู้ที่จะเข้าสู่กระบวนการพิเศษที่จะได้รับการอบรมผ่านหลักสูตรต่างๆ ก็ใกล้จะมีความพร้อม
ส่วนการพิจารณายกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่อาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงอยู่ระหว่างการทบทวนและเลือกพื้นที่เพื่อเสนอกลับมาอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การนำ พ.ร.บ.ความมั่นคง มาตรา 21 มาใช้ จะเกิดประโยชน์ด้านใดบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าจะเป็นการแก้ปัญหาการเผชิญหน้า ลดความขัดแย้ง ลดเงื่นไขของกลุ่มที่ยังเคลื่อนไหวอยู่และอ้างว่ารัฐไทยไปกดขี่ข่มเหง เนื่องจากมาตรา 21 จะมีความชัดเจนเป็นรูปธรรมถึงสิ่งที่รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาให้กับคนที่หลงผิด