นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา 1 ในคณะ 64 ส.ว.ไม่นิยมความรุนแรง กล่าวว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีประกาศเดินหน้าแผนปรองดอง แต่ดูจากท่าทีที่ฝ่ายรัฐบาลแสดงออกแล้ว ตนยังมืดแปดด้านว่าจะปรองดองกันได้อย่างไร ในเมื่อรัฐยังคงใช้สื่อให้ร้ายป้ายสีอีกฝ่าย เพื่อหาความชอบธรรมให้ตัวเองในการสั่งปราบประชาชน การที่ฝ่ายความมั่นคงแถลงว่าเจออาวุธสงครามที่นั่นที่นี่ ตนเป็นห่วงว่าจะมีการจัดฉากหรือไม่ เพราะตอนเข้าไปเคลียร์พื้นที่ก็กันไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปดู อ้างเรื่องความปลอดภัย ตนพยายามจะมองในแง่ดีถึงข้อจำกัดที่รัฐบาลจะต้องทำ แต่ยังมองไม่เห็นความจริงใจ เพราะมีธงอยู่แล้วว่า
จะต้องปราบ เราไม่ปฏิเสธว่าในกลุ่มผู้ชุมนุมมีกองกำลังติดอาวุธอยู่จริง แต่หากรัฐบาลจริงใจใช้เวทีรัฐสภาแก้ปัญหาตามที่พยายามโฆษณา ตนว่าคงไม่เกิดเหตุการณ์อย่างวันที่ 10 เม.ย. หรือ 19 พ.ค. วันนี้ระบอบประชาธิปไตยของเราไม่สามารถใช้ระบบรัฐสภาแก้ปัญหาได้แล้ว เพราะฝ่ายบริหารไม่รับฟังอะไรทั้งที่วุฒิสภาพยายามดึงปัญหาประเทศมาแก้กันในนี้
นายวิชาญกล่าวต่อว่า การควบคุมสถานการณ์วิกฤติที่ผ่านมา รัฐบาลยืนอยู่บนความแข็งกร้าว ขณะที่ช่วงหลังมาแกนนำนปช.ได้อ่อนลงมามาก รัฐบาลไม่ใส่ใจที่จะใช้ระบบรัฐสภาแก้ปัญหา ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่สามรารถปฏิเสธความรับผิดชอบไปได้ แม้จะพยายามใช้สื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองขนาดไหนก็ตาม รัฐบาลนี้พยายามตอกย้ำให้ความแตกแยกของคนในชาติขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ เราไม่ได้ปฏิเสธการดำเนินคดีกับคนผิด แต่ตัวอย่างจากสหรัฐอเมริกาในการเยียวยาเหตุการณ์ถล่มตึกเวิลด์เทรด เขาไม่พูดเรื่องความเสียหายเลย แต่ผู้นำของเขาพูดแต่เรื่องมาตรการเยียวยา แล้วอย่างนี้สมานฉันท์จะเกิดได้อย่างไร อย่าลืมว่าผู้ชุมนุมที่กลับบ้านไป พกพาความเคียดแค้นชิงชังจากการถูกกระทำกลับไปด้วย เมื่อรัฐบาลชิงหาความชอบธรรมโดยการป้ายสีเขาว่าเป็นพวกผู้ก่อการร้ายแล้ว จะสร้างความปรองดองได้อย่างไร
นายวิชาญกล่าวว่า นายกฯต้องสั่งให้ศอฉ.กลับบ้านไปได้แล้ว เพราะวันนี้ไม่จำเป็นต้องมีศอฉ.อีกแล้ว ตรงนี้จะสะท้อนว่านายกฯจริงใจหรือไม่ ถ้ารัฐบาลยังไม่หยุด ภาวะบ้านเมืองแบบจังหวัดชายแดนภาคใต้คงเกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานและเหนือ “สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการป้ายสีส.ว.ว่าเป็นพวกระบบทักษิณ ผมไม่คิดว่าการเมืองจะสกปรกขนาดนี้ พูดโดยไม่มีฐานความจริง หากรัฐบาลยังเดินหน้าผลักคนพวกนี้ลงใต้ดิน บีบบังคับให้เขาเป็นผู้ก่อการร้ายสักวันจะเสียใจ”นายวิชาญ กล่าวนายวิชาญ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามการตั้งคณะกรรมการติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ตนอยากให้เป็นการศึกษาเพื่อเดินไปข้างหน้า เสนอทางออกให้บ้านเมือง แต่เรายังมีญัตติเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. จนถึงวันที่ 19 พ.ค. เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น