สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงตึงเครียดเพราะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลา 5.30 น. ของวันเสาร์ 26 มิ.ย. 2553 เกิดเหตุระเบิดบริเวณใกล้สะพาน ม.4 บ้านจะเฆ่ ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวสวนและคนกรีดยางหลายคนเดินทางออกไปทำงานดังเช่นทุกๆวัน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด หลังจากเกิดเหตุเพียงครู่เดียว เจ้าหน้าที่ทหารก็ได้เข้าปิดล้อมบ้านเลขที่ 58/1 ม.4 บ้านจะเฆ่ ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นบ้านของ ‘นายอายุ เปาะเยาะ’ อายุ 34 ปี มีอาชีพเป็นครู
ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวอามานได้เดินทางลงพื้นที่ดังกล่าวและได้พูดคุยกับ ‘นาย อายุ เปาะเยาะ’ ซึ่งเขาเล่าให้ฟังว่าเช้าวันเกิดเหตุ ตนกำลังดื่มน้ำชาอยู่ในร้านตรงบริเวณ 3 แยกในหมู่บ้าน ร้านเดิมที่เขาชอบไปตามปกติเช่นทุกวัน ครู่เดียวหลังเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ทหารเดินทางด้วยรถกระบะจำนวน 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 3-4 คัน เข้าปิดล้อมบ้านของตน ซึ่งตอนแรกยังไม่ทราบว่าบ้านที่ถูกล้อมเป็นบ้านของตนเอง แต่แล้วรู้สึกใจไม่ดีเป็นห่วงทางบ้านเพราะเห็นว่าเจ้าหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน จึงรีบเดินทางกลับบ้านทันที มาทราบหลังจากนั้นว่าบ้านของตนเองถูกปิดล้อม จึงเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ได้ขออนุญาตเข้าค้นบ้าน ซึ่งตนก็อาสานำไป โดยเจ้าหน้าที่เริ่มค้นจากบริเวณห้องครัว ตามด้วยห้องของพ่อแม่ของเขา ซึ่งเขาก็ได้บอกว่ามีมีดและปืนยาวที่ชาวบ้านสมัยก่อนนิยมนำมาล่าสัตว์ แต่ไม่มีกระสุนแต่อย่างใด ถัดมาเป็นห้องของพี่ชายเขาซึ่งไม่ค่อยปกติ มีอาการทางจิต และห้องสุดท้ายเป็นห้องของเขาเอง เจ้าหน้าที่ได้เข้าค้นแต่ก็ไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงลงบันทึกไปว่า ‘ไม่ใช่ ’ หมายถึง ไม่ใช่บ้านผู้ต้องสงสัยนั่นเอง นายอายุบอกอีกว่าหลังจากเจ้าหน้าที่ทหารได้กลับไป ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงได้พบวัตถุต้องสงสัย 2 ชิ้น ซึ่งหล่อด้วยปูนซีเมนต์ มีลักษณะก้นแบนกลมคล้ายตะกร้า วางอยู่บริเวณพุ่มกล้วยหน้าบ้านและปิดด้วยเศษใบไม้ ตนจึงรีบแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาดู เพราะเห็นว่าวัตถุชิ้นดังกล่าวไม่ใช่ของตน เหตุใดจึงมาวางอยู่ตรงนี้ได้ ตนจึงขอให้เจ้าหน้าที่นำกลับไป แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าไม่สามารถนำวัตถุชิ้นนี้ออกไปได้ต้องรอให้ทหารเดินทางมาก่อนและเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวบอกอีกว่าวัตถุชิ้นนี้ไม่มีอะไร หากแต่จะนำวัตถุชิ้นนั้นไปทิ้งไว้บริเวณอื่นก็กลัวว่าจะโดนข้อหาทำลายหลักฐานขึ้นได้ ดังนั้นตน( นาย อายุ )จึงให้เจ้าหน้าที่นำไปเก็บไว้ในครัวเพราะเห็นว่าไม่มีอะไรตามที่เจ้าหน้าที่กล่าว
“สักพักใหญ่ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารได้แจ้งมาว่า มีวัตถุต้องสงสัยอยู่ 3 ชิ้น ระเบิดไปแล้ว 1 ชิ้น เหลืออีก 2 ชิ้นที่เจ้าหน้าที่ยังค้นหาไม่เจอ ผมจึงแจ้งไปว่ามีวัตถุต้องสงสัย 2 ชิ้นอยู่ในบ้านของผมให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดู ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานได้มาดู และนำกลับไป”นายอายุกล่าว
จากเหตุการณ์ดังกล่าวนายอายุบอกว่าทำให้ตนเองและชาวบ้านเกิดข้อสงสัยว่าวัตถุ 2 ชิ้นนั้น ได้มาวางไว้บริเวณหน้าบ้านตนเองได้อย่างไรทั้งที่ไม่ใช่ของตน ทำไมวัตถุชิ้นนั้นได้มาวางไว้บริเวณบ้านของเขาในวันเดียวกันกับวันเกิดเหตุและหลังจากที่เจ้าหน้าที่ทหารได้เดินทางกลับไปพอดีหลังจากการปิดล้อมไปในช่วงเช้าวันเดียวกัน แล้วทำไมวัตถุต้องสงสัยอีก 2 ชิ้นที่เจ้าหน้าที่แจ้งมาว่ายังไม่พบนั้นมีจำนวนเท่ากันกับวัตถุต้องสงสัยที่เจอได้หน้าบ้านของเขา แม้วันนี้สถานการณ์ดูจะไม่ค่อยเป็นห่วงเพราะเจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานใดๆเอาผิดเขาได้ทำให้เขารู้สึกสบายใจในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังคงกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เขากล่าวทิ้งท้ายไว้เท่านั้น
จากการตรวจสอบในช่วงเวลาเกิดเหตุพบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านคนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณนั้นครู่เดียวก็เกิดเหตุระเบิดขึ้น แต่เขาโดนฝุ่นทรายที่กระเด็นมาเพียงเล็กน้อยจากแรงระเบิด ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
สำนักข่าวอามานได้รับการบอกเล่าจากชาวบ้านรายหนึ่งว่า ในช่วงเย็นวันศุกร์ 25 มิ.ย. 2553 ก่อนเกิดเหตุชาวบ้านได้สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ทหารกำลังตรวจสอบใกล้สะพาน แต่ก็ไม่ได้เอะใจ หรือแปลกใจอะไร เพราะโดยปกติในช่วงเย็นๆ ของทุกวันจะมีเจ้าหน้าทหารชุดคุ้มครองครูคอยอำนวยความสะดวกและให้ความปลอดภัยแก่ครูอยู่ในบริเวณดังกล่าวเช่นทุกวันเพราะถนนนี้เป็นเส้นทางคุ้มครองครู และในบริเวณดังกล่าวก็จะเป็นที่ชุมนุมของกลุ่มวัยรุ่นในทุกๆ เย็น แต่วันนั้นรู้สึกผิดปกติกว่าทุกวันเพราะเห็นเจ้าหน้าที่ทหารเดินตรวจดูบริเวณใกล้สะพานนานและพิเศษกว่าทุกวัน จึงทำให้ชาวบ้านเกิดข้อสงสัยว่าเหตุที่เกิดขึ้นในเช้าวันนั้นมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ อย่างไรก็ตามชาวบ้านคนดังกล่าวบอกว่าอยากวอนขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามหาตัวคนร้ายโดยเร็วและให้ความเป็นธรรมแก่ชาวบ้านด้วย ทั้งนี้เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยของชาวบ้านและความสงบสุขของบ้านเมืองต่อไป.
ความจริงสามจังหวัดไม่มีใครแก้ได้ โกหก หลอกลวงชาวบ้านคือ อาชีพของเจ้าหน้าที่รัฐ รัฐใช้เงินของประชาชนเพื่อหลอกประชาชนที่บริสุทธิ
ตอบลบ