องค์กรสูงสุดด้านศาสนาอิสลามของอินโดนีเซียระบุวันนี้ (1 ต.ค ) รักร่วมเพศเป็นการทำลายสิทธิมนุษยชน พร้อมเรียกร้องรัฐบาลสั่งยกเลิกเทศกาลภาพยนตร์เกย์และเลสเบียนซึ่งกำลังจัด ขึ้นในขณะนี้
องค์กรดังกล่าวยังประณามศูนย์วัฒนธรรมต่างชาติที่จัดฉายภาพยนตร์ เหล่านั้นบนจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ โดยก่อนหน้านี้มีชาวมุสลิมจำนวนมากออกมาประท้วงนอกสถานที่จัดงาน
มารุฟ อามีน ประธานสภาอุลามะห์แห่งอินโดนีเซีย (MUI) กล่าวว่า “เราขอคัดค้านการฉายภาพยนตร์ของพวกรักร่วมเพศ เพราะการกระทำเช่นนี้ขัดต่อหลักศาสนาอิสลามและค่านิยมของชาวอินโดนีเซีย”
“ตัวแทนจากต่างประเทศ รวมถึงศูนย์วัฒนธรรมเยอรมันและฝรั่งเศส ควรจะเคารพอธิปไตยของเราบ้าง พวกเขาไม่ควรนำวัฒนธรรมที่ขัดกับค่านิยมของเราเข้ามาเผยแพร่”
สถาบันเกอร์เธ, มูลนิธิญี่ปุ่น, ศูนย์อีราสมุสแห่งเนเธอร์แลนด์ และศูนย์วัฒนธรรมฝรั่งเศส เป็นผู้จัดฉายภาพยนตร์รักร่วมเพศ แต่เทศกาลภาพยนตร์ในกรุงจาการ์ตาถูกจัดขึ้นโดยชาวเมืองที่สนใจ โดยองค์กรทั้ง 4 แห่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
คิว! (Q!) เป็นเทศกาลภาพยนตร์รักร่วมเพศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย และถูกจัดขึ้นในโลกมุสลิมเป็นครั้งแรกที่กรุงจาการ์ตาปีนี้ ซึ่งเป็นการท้าทายชื่อเสียงของอินโดนีเซียในฐานะประเทศมุสลิมที่เปิดรับความ เชื่อที่หลากหลาย
อย่างไรก็ตาม หลายปีที่ผ่านมาเกิดความขัดแย้งทางศาสนาขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งทางการอินโดนีเซียก็ไม่สามารถและไม่มีความตั้งใจจริงที่จะป้องกันการ ทำลายหรือดูหมิ่นความเชื่ออื่นๆ ในนามของอิสลาม
ติฟาตุล เซ็มบิริง รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารอินโดนีเซีย เขียนข้อความลง “ทวิตเตอร์” เมื่อวันพุธ (29) ว่า ความเบี่ยงเบนทางเพศเป็นสาเหตุของการแพร่กระจายของเชื้อเอดส์ และเอ่ยอ้างข้อความจากพระคัมภีร์อัลกุรอานที่เกี่ยวกับการลงโทษปาหินพวกรัก ร่วมเพศ
แถลงการณ์ของสภาอุลามะห์ระบุว่า รักร่วมเพศ “ขัดต่อสิทธิมนุษยชน เพราะชายและหญิงได้รับสิทธิ์จากพระผู้เป็นเจ้าให้แต่งงานกันอย่างถูกต้อง การแต่งงานระหว่างคนเพศเดียวกันจึงเป็นสิ่งต้องห้าม”
เทศกาลดังกล่าวจะจัดขึ้นตลอดเดือนตุลาคมนี้ โดยมีการฉายภาพยนตร์รักร่วมเพศ 150 เรื่องจากกว่า 20 ประเทศ เช่น ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์
ปัจจุบันรักร่วมเพศไม่ผิดกฎหมายอินโดนีเซีย ซึ่งร้อยละ 80 ของประชากร 240 ล้านคนนับถือศาสนาอิสลาม
มารุฟ อามีน ประธานสภาอุลามะห์แห่งอินโดนีเซีย (MUI) กล่าวว่า “เราขอคัดค้านการฉายภาพยนตร์ของพวกรักร่วมเพศ เพราะการกระทำเช่นนี้ขัดต่อหลักศาสนาอิสลามและค่านิยมของชาวอินโดนีเซีย”
“ตัวแทนจากต่างประเทศ รวมถึงศูนย์วัฒนธรรมเยอรมันและฝรั่งเศส ควรจะเคารพอธิปไตยของเราบ้าง พวกเขาไม่ควรนำวัฒนธรรมที่ขัดกับค่านิยมของเราเข้ามาเผยแพร่”
สถาบันเกอร์เธ, มูลนิธิญี่ปุ่น, ศูนย์อีราสมุสแห่งเนเธอร์แลนด์ และศูนย์วัฒนธรรมฝรั่งเศส เป็นผู้จัดฉายภาพยนตร์รักร่วมเพศ แต่เทศกาลภาพยนตร์ในกรุงจาการ์ตาถูกจัดขึ้นโดยชาวเมืองที่สนใจ โดยองค์กรทั้ง 4 แห่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
คิว! (Q!) เป็นเทศกาลภาพยนตร์รักร่วมเพศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย และถูกจัดขึ้นในโลกมุสลิมเป็นครั้งแรกที่กรุงจาการ์ตาปีนี้ ซึ่งเป็นการท้าทายชื่อเสียงของอินโดนีเซียในฐานะประเทศมุสลิมที่เปิดรับความ เชื่อที่หลากหลาย
อย่างไรก็ตาม หลายปีที่ผ่านมาเกิดความขัดแย้งทางศาสนาขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งทางการอินโดนีเซียก็ไม่สามารถและไม่มีความตั้งใจจริงที่จะป้องกันการ ทำลายหรือดูหมิ่นความเชื่ออื่นๆ ในนามของอิสลาม
ติฟาตุล เซ็มบิริง รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารอินโดนีเซีย เขียนข้อความลง “ทวิตเตอร์” เมื่อวันพุธ (29) ว่า ความเบี่ยงเบนทางเพศเป็นสาเหตุของการแพร่กระจายของเชื้อเอดส์ และเอ่ยอ้างข้อความจากพระคัมภีร์อัลกุรอานที่เกี่ยวกับการลงโทษปาหินพวกรัก ร่วมเพศ
แถลงการณ์ของสภาอุลามะห์ระบุว่า รักร่วมเพศ “ขัดต่อสิทธิมนุษยชน เพราะชายและหญิงได้รับสิทธิ์จากพระผู้เป็นเจ้าให้แต่งงานกันอย่างถูกต้อง การแต่งงานระหว่างคนเพศเดียวกันจึงเป็นสิ่งต้องห้าม”
เทศกาลดังกล่าวจะจัดขึ้นตลอดเดือนตุลาคมนี้ โดยมีการฉายภาพยนตร์รักร่วมเพศ 150 เรื่องจากกว่า 20 ประเทศ เช่น ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์
ปัจจุบันรักร่วมเพศไม่ผิดกฎหมายอินโดนีเซีย ซึ่งร้อยละ 80 ของประชากร 240 ล้านคนนับถือศาสนาอิสลาม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น