หน้าเว็บ

05 ตุลาคม 2554

คำแถลงข่าว: หวังรัฐบาลตระหนักผลกระทบของการละเมิดสิทธิฯ จากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ


คำแถลงข่าว
หวังรัฐบาลตระหนักผลกระทบ
ของการละเมิดสิทธิฯ จากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ



วันที่ 5 ตุลาคม 2554

มูลนิธิ ศูนย์ทนายความมุสลิมเป็นองค์กรเอกชนไม่แสวงหากำไรที่มุ่งเผยแพร่ให้ความรู้ ทางกฎหมาย และช่วยเหลือคดีความแก่ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม โดยมีพันธกิจในการพัฒนาและสร้างนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เครือข่ายอาสาสมัคร ผู้ช่วยทนายความรวมถึงร่วมมือกับองค์กรพันธมิตร เพื่อผดุงความยุติธรรมนำสันติสุขสู่สังคม
จากกรณีการควบคุมตัวนายนิเซ๊ะ นิฮะ ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก 2457 และต่อด้วยควบคุมตัวตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2554
ต่อ มา ญาติของนายนิเซ๊ะ นิฮะ ผู้ถูกควบคุมตัวเข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ว่าการควบคุมตัวนายนิเซ๊ะ นิฮะ นั้น เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อเจตนารมณ์ของการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ และขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550


เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 ทนายความ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ยื่นคำร้องคัดค้านการควบคุมตัวต่อศาลจังหวัดปัตตานี เป็นหมายเลขคดีดำที่ ฉฉ.47/2554 และ ศาลจังหวัดปัตตานี มีคำสั่งเรียกเจ้าพนักงานตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ร้อง พร้อมทั้งให้นำตัวนายนิเซ๊ะ นิฮะ ผู้ถูกควบคุมตัวมาเพื่อไต่สวน ในวันที่ 5 ตุลาคม 2554 เวลา 09.30 น.
แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2554 เวลา ประมาณ14.30 น. เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมตัวได้ปล่อยตัวนายนิเซ๊ะ นิฮะ ก่อนวันนัดไต่สวนไปแล้ว ศาลเห็นว่าไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องไต่สวนต่อไป ศาลจึงมีคำสั่งให้งดการไต่สวนคดีดังกล่าว
มูลนิธิ ศูนย์ทนายความมุสลิม เป็นองค์กรหนึ่งในการที่เรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายพิเศษที่บังคับใช้ใน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) โดยในมาตรา 11 (1) เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการจับและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยและนำเข้าสู่กระบวนการ ซักถามโดยที่ผู้ถูกควบคุมตัวไม่มีสิทธิในการพบหรือปรึกษาทนายความเฉกเช่นผู้ ต้องหาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พ.ศ.2550 ทั้ง นี้มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมร่วมกับมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้ยื่นหนังสือเปิดผนึกต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อทบทวนการประกาศต่ออายุพรก.ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (รายละเอียดตามสำเนาจดหมายเปิดผนึก ฉบับลงวันที่ 14 กันยายน 2554 – คลิกดูที่นี่)
มูลนิธิ ศูนย์ทนายความมุสลิม รับเรื่องร้องเรียนผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษของประชาชนในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนถึง วันที่ 31 สิงหาคม 2554 รวมเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 2,338 เรื่องร้องเรียน โดยในเรื่องร้องเรียนดังกล่าวนั้น ปรากฎว่าชาวบ้านร้องเรียนว่ามีการละเมิดสิทธิประชาชน โดยการซ้อมทรมาน จำนวน 282 เรื่องร้องเรียน
และ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาล ปรากฎว่ามูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม เป็นทนายความแก้ต่างให้กับจำเลยในคดีเกี่ยวกับความมั่นคงสืบเนื่องจากบังคับ ใช้กฎหมายพิเศษ จำนวน 495 เรื่องร้องเรียน โดยศาลมีคำพิพากษาแล้ว จำนวน 122 เรื่องร้องเรียน ศาลพิพากษาลงโทษ จำนวน 33 เรื่องร้องเรียน คิดเป็นร้อยละ 27.04 และศาลพิพากษายกฟ้องมากถึงจำนวน 87 เรื่องร้องเรียน คิดเป็นร้อยละ 72.95 มูลนิธิศูนย์ทนายความจึงเห็นว่า การใช้พยานหลักฐานในการซักถามตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้น ไม่สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้
ตลอด ระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อให้ศาลได้ไต่สวน นำเสนอข้อเท็จจริงในชั้นศาลมาโดยตลอดเพื่อเป็นบรรทัดฐานทางสังคม ทั้งกรณีการซ้อมนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กรณีลูกชายของอีหม่ามยะผา กาเซ็งและผู้ถูกควบคุมตัวร่วมกับอีหม่ามยะผา กาเซ็ง กรณีที่ควบคุมตัวราษฎรในพื้นจังหวัดสงขลา เป็นต้น
ศูนย์ ทนายความมุสลิมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จากข้อเท็จจริงที่ได้นำเสนอ ทั้งตัวอย่างที่นำเสนอมา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางรัฐบาลได้ตระหนักถึงการละเมิดสิทธิโดยการประกาศใช้ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ข่าวเด่นวันนี้

การเมือง

เศรษฐกิจ

ต่างประเทศ

ข่าวกีฬา

ลิเวอร์พูล

อาร์เซนอล

บทความ